การวิเคราะห์ด้วยปัจจัยทางเทคนิค

0 50

การวิเคราะห์ด้วยปัจจัยทางเทคนิค

การวิเคราะห์ด้วยปัจจัยทางเทคนิค คือ การศึกษา Market Action หรือความเคลื่อนไหวของตลาด การใช้กราฟราคา โดยมีเป้าหมายคือการวิเคราะห์หาทิศทางการเคลื่อนไหวของราคา และเพื่อการคาดการณ์แนวโน้มของราคาในอนาคต ความเคลื่อนไหวของตลาด ประกอบด้วย3ข้อ คือ ราคาตลาด โวลุ่มการซื้อขาย และจำนวนสัญญาซื้อขายคงค้าง

ความเคลื่อนไหวของตลาด

นักวิเคราะห์ทางเทคนิคเชื่อว่าทุกเหตุผล และปัจจัยที่เกิดขึ้น มีอยู่ และหายไปจากตลาด ไม่ว่าจะเป็นพื้นฐานทางะธุรกิจของกิจการ ความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง อารมณ์ของนักลงทุนความไร้เหตุผลของจิตวิทยาหรือเหตุผลอื่นใดก็ตามที่มีผลกระทบต่อตลาด ได้ถูกสะท้อนและได้รับเข้าไปเพื่อคิดคำนวณใน ราคาตลาดในขณะนั้น ดังนั้นถ้าเราต้องการศึกษาตลาด Forex เราจึงจำเป็นที่สุดที่จะต้องรู้และนำมาใช้คือ ความเคลื่อนไหวของราคากราฟนั่นเอง

การบริหารพอร์ต forex และการจัดการเงินทุนในตลาดอย่างเหมาะสม
การลงทุนที่จะประสบความสำเร็จนั้น ควรมีการเทรดแบบใช้ทฤษฎี และหลักการต่างๆที่ใช้ควบคู่ไปกับแนวการบริหารการจัดการเงินทุนที่รอบคอบ โดยมีรายละเอียดดังนี้
* เทรดไปกับแนวโน้มของราคา หรือแนวโน้มรอง
* ในแนวโน้มราคาขึ้นให้รอซื้อเมื่อราคาเกิดการย่อตัวปรับฐาน ส่วนแนวโน้มขาลงให้รอขายบนการรีบาวน์
* อดทนถือปล่อยให้กำไรเติบโตไปตามราคา แต่หากเทรดผิดพลาดเกิดการขาดทุน อย่าทนถือขาดทุนให้ ตัดขาดทุนทันทีตามแผนที่วางไว้และขายอย่างมีวินัย
* ต้องกำหนดจุด Stop Lop พิจารณาขายตัดขาดทุนประกอบตามแผนการเทรดเสมอ และนำมาใช็อย่างมีวินัย
* ห้ามซื้อขายตามความรู้สึกของตัวเอง ตามอารมณ์ หรือการเสี่ยงโชคใดๆก็ตาม แต่ต้องมีแผนการเทรดอยู่เสมอ
* สร้างแผนการเทรดก่อนการเข้าซื้อ – เข้าขายทุกครั้ง และเมื่อสร้างแผนการเทรดแล้วให้นำมาปฎิบัติอย่างเคร่งครัดและอย่างมีวินัย
* คิดและคำนวณแผนการเทรดด้วยหลักการบริหารจัดการเงินทุนอยู่เสมอ
* กระจายการลงทุนด้วยความเหมาะสมเท่านั้น ห้ามให้เกิดการกระจายมากเกินเหมาะสม หรือเกินความสามารถที่จะดูแลได้
* ไม่ควรถือออเดอร์ขาดทุนจนนำไปสู่การเพิ่มเงินทุนสำหรับการเทรดที่กำลังขาดทุน
* ให้เลือกการปิดออเดอร์ที่ขาดทุน ทั้งๆที่ยังมีกำไรอยู่เสมอ
* ทำการวิเคราะห์กราฟในไทม์เฟรมใหญ่ๆเป็นหลักเช่น H1 H4 และ Day แต่เวลาเข้าออเดอร์ให้ดูราคารายนาที ในการจับจังหวะการเทรดให้มีความแม่นยำ และเพื่อให้ได้ต้นทุนที่ดีมากขึ้น
* ศึกษาและลงทุนแนวโน้มระยะยาวให้เชี่ยวชาญเสียก่อน ค่อยเริ่มต้นหัดเทรดแบบเก็งกำไรระยะสั้นๆ

คุณสนใจลงทุนเรื่องอะไรเช่น สนใจการเทรดฟอเร็กซ์ ก็ลองลงทุนเวลาหาหนังสือหนังหามาอ่าน เสิร์ชกูเกิ้ล ดู Youtube เข้าลงทะเบียนสัมมนาฟรี หรือแบ่งเวลาไปพูดคุยกับคนที่ลงทุนในแบบเดียวกันกับที่คุณสนใจ เพื่อเติมความรู้ จะได้สร้างแผนการและเลือกลงทุนได้เอง    อย่าทำตัวมักง่าย เหมือนรายการหุ้นในโทรทัศน์
.
ซื้อตัวนั้นดีมั้ย ราคาเท่าไหร่จึงจะซื้อได้ ซื้อแล้วขายได้ที่เท่าไหร่ดี ฟังตั้งแต่ต้นจนจบ สรุปแล้วคนถามไม่รู้เรื่อง อะไรเลย และไม่ได้คิดอยากจะรู้ด้วย ซื้อหุ้นเหมือนซื้อหวย แทงตามเลขดังเลขเด็ด หุ้นตัวนั้นทำธุรกิจอะไรก็ไม่รู้ พอซื้อถือไว้สักพักก็หงุดหงิดงุ่นง่าน ข่าวดีข่าวร้ายผ่านเข้ามางงไปหมด จะขายหรือจะถือต่อก็ไม่รู้ สุดท้ายแก้ปัญหาด้วยวิธีเดิมคือโทร.ถามคนที่แนะนำให้ซื้อ
.แบบนี้ไม่เรียกว่า “การลงทุน” นะคะ    จำไว้ว่า “เงินจะไม่อยู่กับคนที่ไม่ฉลาดทางการเงิน” ดังนั้นต่อให้มีเงินเป็นล้าน แต่ขาดความรู้ทางการเงิน ก็หมดตัวได้เช่นกันคะ

ดังนั้น จะลงทุนอะไร ไม่ต้องไปถามใคร ถามตัวเอง สนใจอะไรก็เอาเวลาไปศึกษาหาความรู้ในเรื่องนั้น เก็บเงินไว้ก่อน ไม่ต้องรีบใจร้อน และอย่าจ่ายเงินลงทุนอะไรโดยไม่รู้อย่างเด็ดขาด    อีกเรื่องก็คือ อย่าไปยึดติดกับเงินในมือ และเผลอใช้มันเป็นตัวกำหนดขนาดการลงทุนของตัวเอง
ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ที่คนมีเงินเก็บหลักพัน จะลงทุนบ้านเช่า ราคา 1 ล้านได้
โจทย์ทั้งหมดจึงกลับไปอยู่ที่ “คุณมีความรู้ทางการเงินหรือไม่” เพราะ ถ้าคุณมีความรู้ทางการเงิน ต่อให้ไม่มีเงิน คุณก็สามารถ
ลงทุนได้
เริ่มต้นง่ายๆ ที่ตัวเอง ถามตัวเองสิว่า สนใจจะลงทุนในอะไรแล้วเลือกศึกษาจากสิ่งนั้น อาจจะเป็นธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ forex  อสังหาริมทรัพย์ หุ้น หรือทองคำ ก็แล้วแต่ สิ่งสำคัญ คือ ต้องรู้และเข้าใจในสิ่งที่ลงทุนให้มากพอ ก่อนที่จะใส่เงินลงไป และอย่าโลภจนเกินไป จนเผลอเอาผลตอบแทนเยอะๆ เป็นเป้าหมายการลงทุน โดยไม่ประเมินความสามารถในการรับความเสี่ยงของตัวเอง    High Understanding, High Return : ยิ่งคุณรู้จักสิ่งที่คุณลงทุนมากเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งได้รับผลตอบแทนจากมันมากขึ้นเท่านั้น    และจงอย่ามักง่าย เพราะความมักง่ายไม่เคยทำให้ใครรวย

ทีมงาน www.forexthaiexpert.com

Optimization WordPress Plugins & Solutions by W3 EDGE